Comic

เมื่อกี้พยายามค้นกรุการ์ตูนเก่าที่วาดๆไว้ เจอไอ้นี่เหน็บอยู่ เลยเอามา









แบบว่า...โคตร Hesheit ... (หัวเราะ หึหึ)

ตอนนั้นก็อารมณ์แบบนึกขึ้นมาแล้วก็เขียนเลยซะงั้น จริงๆก็ดีนะ ผมอ่านเองแล้วชอบๆ เขียนแล้วก็ตลกดี แต่โคตรตั้มเลยอ่ะ แบบว่าอิทธิพลมาจากเค้าทั้งดุ้น ล้วนๆเลย แต่ไม่ยักกะภูมิใจเลยสักกะน้อยนึง ทำมาอันเดียวแล้วก็ทิ้งๆไป แบบว่า...มันไม่ไหวนะ ไปเขียนตามเค้าเนี่ย รู้สึกตัวเองไม่เจ๋งเลย (หัวเราะ หะหะ)

โดยส่วนตัวแล้วชอบคุณตั้มมากเลย กล้ามาก ความคิดที่มีต่อโลกไปในทางคล้ายๆเราด้วย เค้าเจ๋งดี สร้างเส้นทางให้ตัวเองได้ เลยรู้สึกว่าไม่เจ๋งที่ต้องไปเดินตามเค้า แล้วไม่มีรอยเท้าของเราเอง ติสท์แดกมากเลย นะเนี่ยเรา (หัวเราะ ฆึห์ ฆึห์)

คนเรากว่าจะหาเส้นทางของตัวเองได้เนี่ย ยากเนอะ แบบว่า ไม่ไปซ้ำกับใคร มีเอกลักษณ์... ตัวผมอยากทำตรงนี้ได้มากๆเลย เพราะคิดว่ายังไงก็ดีกว่าไปพยายามเทียบชั้นกับคนที่เค้าล่วงหน้าไปก่อน อาจจะไม่ง่ายกว่า แต่ภูมิใจกว่าละเอ้อ ผมคิดของผมเองนะ (หัวเราะ แอ๊ะ แอ๊ะ)

ที่จริงเป็นเพราะกำลังพยายามคิดเนื้อเรื่องการ์ตูนไปประกวดอยู่ เลย
บ่นซะเยอะแยะ คงไม่รำคาญกันนะฮะ นะ นะ (หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องหัวเราะ... ช่างเถอะ อย่าถามผมเลยฮะ -_- )

จบ...แค่นี้แหละ ห้วนๆ เลยเอ้า

ปล. เอนทรี่นี้ใช้คำว่า "แบบว่า" ไปตั้ง 3 ครั้งแน่ะ บ้าไปแล้ว นิสัยเสีย แย่จัง
นี่เป็นการ์ตูนเรื่องยาวเรื่องแรกของผมครับ และก็เป็นเรื่องราวจริงๆจังๆ ที่เขียนเสร็จเป็นเรื่องแรกด้วย เพราะก่อนหน้านี้เคยพยายามเขียนเรื่องสั้นอยู่หลายครั้งฮะ แต่ก็ล้มเลิกไปทั้งที่ยังไม่เสร็จจบทุกที


การ์ตูนเรื่องน
ี้เป็นการนำสถานที่ ยุคสมัย และทุกๆอย่างจากการ์ตูนเรื่อง "นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ" หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า "นารุโตะ" ของ "มาซาชิ คิชิโมโตะ" มาใช้ ผมคิดว่าหลายคนคงรู้จักดี -_- แต่ตัวละครจะเป็นตัวละครใหม่ทั้งหมด เดินเนื้อเรื่องแยกจากเนื้อเรื่องหลักโดยที่ไม่เกี่ยวข้องกัน อาจจะเรียกว่าเป็นโดจินชิ หรือว่า fan comic ก็ได้ครับ (หรืออะไรทำนองนั้นที่เขาเรียกกัน ผมไม่ค่อยสันทัดวงการเท่าไหร่) เป็นการขยายโลกของนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ (Expanded Universe) ผมเคยลงภาพสเก็ตช์ปกของเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อ ตอนนู้น


(อาจจะโหลดโหดไปหน่อยอีกแล้ว ขออภัยด้วยครับ)


The Chronicle of Naruto
" Kensei no Bouken " (ชื่อชั่วคราว)















































เริ่มแรกที่ผมเขียนเรื่องนี้ ก็เป็นเพราะชอบละฮะ ติดตามอยู่เรื่อยๆ พอถึงช่วงนึงก็คิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อยากให้เขียนเรื่องโน้นบ้างแบบนี้บ้าง พอเป็นมากๆก็เริ่มขัดใจ เลยตัดสินใจเขียนเองซะเลย (ฮา)
ถ้าหากว่าเคยอ่านนารุโตะก็จะเข้าใจที่มาของเรื่องมากขึ้นฮะ จะช่วยให้เข้าใจรายละเอียดได้มากขึ้น แต่ไม่เคยอ่านก็อ่านได้ฮะ เพราะเนื้อเรื่องไม่เกี่ยวข้องกัน

ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านกันฮะ ตอนต่อๆไปจะทำมาเรื่อยๆ เท่าที่จะสามารถทำได้ครับ และก็จะไปรวมไว้ในเว็บของผม http://www.budhvar.th.gs เข้าไปเยี่ยมชมกันได้นะฮะ




ปล.1 ชื่อเรื่องยังคิดไม่ออก หน้าปกก็ยังไม่ได้เอามาลง
ครับ ขออภัย ขอเว้นไว้ก่อนนะฮะ แล้วจะมาแก้ทีหลัง ถ้าใครคิดว่าชื่อไหนน่าจะเหมาะก็บอกกล่าวได้เลยครับ อาจจะได้เป็นชื่อเรื่องกิตติมศักดิ์จากท่านๆก็ได้ ^ ^


ปล.2 ผมเองรู้สึกว่าตอนแรกนี้พยายามบีบเนื้อเรื่องให้ลงจำนวนหน้ามากไปหน่อย (คือถ้าเขียนมากหน้ากว่านี้ผมคงทำไม่เสร็จน่ะฮะ -_-' ) เลยรู้สึกตามอารมณ์เรื่องไม่ทัน แล้วก็อ่านยังไม่ค่อยเข้าใจนิดหน่อย เพราะพยายามใส่ให้ครบทุกอารมณ์ให้ได้ตั้งแต่ตอนแรก ยังไงก็แนะนำเข้ามาได้ฮะ ตอนต่อไปผมจะพยายามเขียนให้ดียิ่งขึ้นกว่านี้ครับ


ปล.3 ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะพยายามเขียนเรื่องนี้ให้ได้สักเดือนละตอนฮะ (ถ้าผมไม่เหนื่อยตายไปซะก่อน -_-' ) และจะเขียนต่อเนื่องไปเรื่อยๆเท่าที่จะทำได้ เพราะคิดเนื้อเรื่องไว้ยาวมาก


ปล.4 รับชมแล้วกรุณาอย่านำไปแปะที่ไหนเลยนะครับ ผมขอเป็นลิงค์มาที่นี่จะดีกว่าฮะ ขอบคุณมากๆครับที่เข้าใจ


ปล.5 เอนทรี่นี้ ปล. เยอะมากเลยเนอะ ยาวด้วย (ฮา)
 


จริงๆนี่เป็นผลงานที่เคยทำลงหนังสือเรือนไทยไว้เมื่อนานมาแล้ว ประมาณ 2 ปีก่อน เอามาให้ได้ดูกัน

หนังสือเรือนไทยคืออะไร?

หนังสือเรือนไทยเป็นหนังสือที่ทำขึ้นเพื่อ... สนองความมันส์ในอารมณ์ของผู้จัดทำ ของเด็กถาปัดจุฬาฯ ทำกันมาเรื่อยๆทุกรุ่น จนกลายเป็นธรรมเนียมที่ต้องทำทุกปีสืบทอดกันไปเรื่อยๆทุกรุ่นไปแล้ว

ในปีที่รุ่นผมทำ Theme หลักคืออะไรก็ได้ที่เป็นคู่ เพราะตัวหนังสือที่ทำเป็นหนังสือสองแนวทาง รวมกันเป็นเล่มเดียว ภายใต้ concept หลักที่ว่า "เรือนไทย ไม่ไร้คู่"

เชิญชม








นับว่าไม่มีสาระมากที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลยทีเดียว (ฮา)

เป็นงานเป็นชิ้นเป็นอันชิ้นแรกของผมเลยแหละ เขินจัง เพราะว่าเพื่อนบอกโจทย์มาว่าให้เขียนอะไรก็ได้ที่สื่อถึงความเป็นคู่ ก็เลยเอาเพื่อนมายำนี่แหละง่ายดี รวมกับมุข (ที่ไม่ค่อยจะเข้าใจ) แบบของคนในคณะ จริงๆตอนแรกจะเขียนเรื่องสั้นซีเรียสๆ ที่นำเสนอแนวคิดที่แตกต่าง... แต่คิดไปคิดมารู้สึกมันทื่อๆบื้อๆไปหน่อย เลยเอาอย่างนี้ละ

ตอนนั้นด้วยความที่ไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาก่อน พอได้รับมอบหมายมา ก็ตกใจเป็นอันมาก!! วางแผนจะทำนู่น ใส่นี่ มากมาย เพราะว่าอยากเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือมานานแล้ว เห็นรุ่นพี่ทำแล้วน่าสนุกดี

แต่พอเวลาผ่านไป ไอ้ที่คิดว่าจะทำ ไอ้ที่คิดว่าจะโชว์ ก็หายไปหมดเลย (ฮา) ด้วยความที่อ่อนประสบการณ์ ทำอะไรไม่ถูก วางแผนงานไม่ได้เรื่อง งี่เง่าหลายอย่าง แค่ทำออกมาเสร็จได้ก็ดีมากแล้ว

ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีฮะ เพราะถ้าเราไม่ลงมือทำ เราก็ยังไม่รู้ว่าเรายังขาดอะไรอยู่บ้าง ที่สำคัญคือได้มีรูปที่ตัวเองวาดตีพิมพ์ออกมา ได้รู้ว่าทำออกมาแล้วดูเป็นยังไงในของจริง (แต่ถึงตอนนี้แล้วก็รู้สึกว่ายังอ่อนอยู่มาก ไม่ได้ไปถึงไหนเล้ย 555)



เพราะงั้นสำหรับใครที่คิดว่าจะทำอะไรแล้วยังคงหยุดอยู่แค่คิด ไม่กล้าทำ หรือกลัวว่าตัวเองจะทำได้ไม่ดีพอ

ลงมือทำเถอะฮะ

ถึงแม้ว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่คิด ล้มเหลว ไม่สำเร็จอย่างที่หวังไว้

แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำมันแล้ว ได้รู้แล้วว่าเราทำอะไรได้บ้าง ดีกว่าปล่อยให้เวลาผ่านไป แล้วมานึกเสียดายภายหลังเยอะเลย